ศิลปาชีพบ้านห้วยเดื่อ






















ตั้งอยู่ ณ บ้านห้วยเดื่อ ตำบลผาบ่อง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่มาของ การจัดตั้งศูนย์ศิลปาชีพแห่งนี้ขึ้นนั้น สืบเนื่องมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงห่วงใยในการทำมาหาเลี้ยงชีพของราษฎร จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพราะพื้นที่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนแทบทั้งหมดเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนและป่าทึบ พื้นที่เพาะปลูกมีน้อย ราษฎรส่วนใหญ่ก็เป็นชาวไทยภูเขาหลายเผ่า เช่น ม้ง เย้า มูเซอร์ ลีซอ กะเหรี่ยง ละว้า ไทยใหญ่ และชาวจีนอพยพของกองพล 93 พรรคก๊กมินตั๋ง ชาวไทยภูเขาเหล่านี้ดำรงชีพด้วยการทำไร่เลื่อนลอย มีการโค่นต้นไม้และเผาป่าซึ่งเป็นการทำลายต้นน้ำลำธารบ้างก็หาของป่าขาย บ้างก็รับจ้างและบ้างก็ปลูกฝิ่น จังหวัดแม่ฮ่องสอนยังมีพรมแดนทั้งทิศเหนือกับทิศตะวันตกติดกับประเทศพม่าซึ่งมีปัญหาชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่มทำให้บางครั้งมีการลำเลียงสินค้าผิดกฎหมายข้ามพรมแดนด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดำเนินโครงการพัฒนาทางด้านเกษตรกรรมและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงดำเนินการพัฒนาอาชีพหัตถกรรมเสริมอาชีพเกษตรกรรมเพื่อเปลี่ยนอาชีพของราษฎรจากการปลูกฝิ่น การทำไร่เลื่อนลอย การตัดไม้ตลอดจนอาชีพที่ผิดกฎหมายต่าง ๆ
พ.ศ. 2525 มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้รับความร่วมมือจากกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ในการสำรวจหาพื้นที่ที่จะจัดสร้างศูนย์ศิลปาชีพขึ้นที่บ้านห้วยเดื่อ ได้รับที่ดินที่ราษฎรบริจาคให้ประมาณ 10 ไร่ ในบริเวณป่าสักติดกับหมู่บ้าน เพื่อดำเนินการส่งเสริมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมขึ้นเป็นประเภทแรก ในการนี้มีหน่วยงานอีกหลายฝ่ายเข้ามาสนับสนุนให้พระราชดำรินี้ลุล่วงไปด้วยดี เช่นกรมชลประทานช่วยจัดสร้างอาคาร สถานีทดลองหม่อนไหมแม่โจ้ ส่งเจ้าหน้าที่มาสอนวิธีปลูกหม่อนเลี้ยงไหม โดยมีกรมทหารราบที่ 21 เป็นผู้ประสานงานและคัดเลือกสมาชิก
ต่อมา พ.ศ. 2527 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เยี่ยมบ้านห้วยเดื่อ และผู้บัญชาการกองทัพบก (ขณะนั้นคือ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก) ได้มีคำสั่งให้กรมทหารราบที่ 7 จากกองทัพภาคที่ 3 เข้ามาร่วมดำเนินงาน กรมทหารราบที่ 7 ได้ดำเนินการขยาย พื้นที่สนับสนุนให้ราษฎรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมที่บ้านของตนเองเพิ่มขึ้น โดยมีสถานีทดลองหม่อนไหมแม่โจ้สนับสนุนไข่ไหม พันธุ์หม่อน และให้คำแนะนำทางวิชาการ เช่นเดิม ส่วนกรมทหารราบที่ 21 ดำเนินการคัดเลือกสมาชิกส่งไปเรียนการทอผ้าไหมและทอจกที่สวนจิตรลดา เมื่อเรียนจบแล้วก็ได้กลับไปสอนสมาชิกที่ศูนย์ศิลปาชีพห้วยเดื่อต่อไป