ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม






















ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพแห่งนี้ตั้งอยู่ที่บ้านกุมนาขาม ตำบลเจริญศิลป์ กิ่งอำเภอ เจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร ศูนย์ศิลปาชีพแห่งนี้เริ่มมาจากการที่ราษฎรบ้านกุดนาขามร้องทุกข์ว่าที่ดินบริเวณนี้เพาะปลูกไม่ได้ผล เพราะฤดูฝนน้ำท่วมส่วนฤดูแล้งน้ำก็แห้งหมด จนราษฎรในหมู่บ้านต้องอพยพไปทำงานรับจ้างในจังหวัดอื่น ๆ จึงขอพระราชทานพระมหากรุณาให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนับสนุนการสร้างอ่างเก็บน้ำขึ้นที่หัวยนกเค้าอันเป็นแหล่ง น้ำดื่มน้ำใช้ของราษฎร ห่างจากหมู่บ้านราว 5 กิโลเมตร
ราษฎรบ้านกุดนาขามเป็นราษฎรที่มีความสามัคคีกันดีมาก เมื่อครั้งที่พื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่แทรกซึมของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ราษฎรบ้านกุดนาขามไม่ยอมเข้าร่วมกิจกรรมใด ๆ กับผู้ก่อการร้ายทั้งยังของทางราชการอาวุธต่อต้านผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ตามหลักสูตรไทยอาสาป้องกันตนเองร่วมกับบ้านหนองฮางจนผู้ก่อการร้ายไม่กล้าเข้ามาข่มขู่คุกคาม ได้รับคำชมเชยอย่างมากจากทางราชการและเป็นตัวอย่างให้ราษฎรหมู่บ้านอื่น ๆ ขอฝึกหลักสูตรไทยอาสาป้องกันตนเองบ้าง จนในที่สุดโครงการนี้ได้พัฒนาไปเป็นโครงการไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช)
วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2525 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรบ้านกุดนาขาม ทรงทราบว่าราษฎรบ้านกุดนาขามแม้จะยากจนแต่ก็มีความสามัคคีจึงทรงชักชวนให้ราษฎรปลูกต้นไม้รักษาป่า คณะกรรมการหมู่บ้านได้พร้อมใจกันน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินสาธารณะของหมู่บ้านจำนวน 41 ไร่ 3 งาน 32 ตารางวา สำหรับปลูกป่าและเสียสละแรงงานปลูกป่าถวายจนแล้วเสร็จในเวลา 1 เดือน
วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2526 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จฯ ทอดพระเนตรโครงการป่ารักน้ำบ้านกุดนาขาม ทรงทราบว่าเมื่อสร้างอ่างเก็บน้ำแล้ว น้ำได้ท่วมที่ดินของราษฎรไป 21 ครอบครัว เป็นราษฎรบ้านกุดนาขาม 5 ครอบครัว บ้านหนองฮาง 16 ครอบครัว จึงโปรดเกล้าฯ ให้ราษฎรกลุ่มนี้มาทำหน้าที่ดูแลรักษาป่าไม้พระราชทานเงินเดือนช่วยเหลือครอบครัวละ 1,500 บาท เป็นเวลา 3 ปี และให้จัดโครงการศิลปาชีพเป็นอาชีพเสริมด้วยเพื่อจะได้เลี้ยงตัวเองต่อไปในอนาคต (อรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา และคณะ, 2535 : 57) นอกจากนี้นิติ กสิโกศล กล่าวถึงศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพแห่งนี้ไว้ว่า
    ภายหลังจากมีการก่อสร้างพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์แล้ว ทั้งสองพระองค์ทรงเสด็จเยี่ยมราษฎรอยู่เสมอ ทำให้ทรงทราบความเป็นอยู่และความเดือดร้อนในท้องถิ่นอีสานอย่างดี บ้านกุดนาขามเป็นหมู่บ้านหนึ่งที่ยากจน อาชีพของราษฎรคือ ทำไร่ ทำนา พื้นที่ดินแห้งแล้งทำให้การเกษตรกรรมไม่ค่อยได้ผล ดังนั้นในปี พ.ศ. 2526 ทั้งสองพระองค์เสด็จเยี่ยมราษฎรที่บ้านกุดนาขาม เมื่อทรงเห็นสภาพความเป็นอยู่อย่างแท้จริง ของราษฎร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือราษฎรอย่างจริงจัง และสมเด็จฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวณีย์ให้เปิดโครงการศิลปาชีพพิเศษขึ้นที่บ้านกุดนาขามด้วย รับราษฎรบ้านกุดนาขามเป็น สมาชิกฝึกศิลปาชีพพิเศษ เช่น เครื่องปั้นดินเผา แกะสลักไม้ เฟอร์นิเจอร์ ดอกไม้ ประดิษฐ์ ตัดเย็บเสื้อผ้า จักสานผักตบชวา อาหารและขนม ตีเหล็ก ออกแบบภาชนะ บรรจุภัณฑ์ หล่อโลหะ ทอผ้าและปลูกหม่อนเลี้ยงไหม (นิติ กสิโกศล, 2541:141-142 )
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดฯ ให้จัดตั้งศูนย์ศิลปาชีพขึ้นที่ บ้านกุดนาขามเพื่อให้ราษฎรไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานไปทำงานที่อื่นและหยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่า จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้ พ.อ.เรวัต บุญทับ จากกรมทหารราบที่ 23 ซึ่งได้ดูแลพื้นที่นี้มาตั้งแต่ครั้งยังก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ รับพระราชทานนโยบายไปจัดซื้อที่ดินจำนวน 50 ไร่ เพื่อสร้างศูนย์ศิลปาชีพขึ้น เมื่อราษฎรบ้านกุดนาขามทราบก็พร้อมใจกันน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินจำนวน 50 ไร่ โดยไม่ขอรับพระราชทานค่าตอบแทนใด ๆ
อาคารแรกที่เริ่มจัดสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2526 เป็นโรงงานสำหรับศิลปาชีพประเภทแรกคือเครื่องปั้นดินเผา ทรงรำลึกถึงเครื่องปั้นดินเผาของบ้านเชียงซึ่งเป็น หมู่บ้านในภูมิภาคเดียวกันว่าได้แสดงถึงอารยธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ของดินแดนแถบนี้ จึงน่าจะมีเครื่องปั้นดินเผาของภูมิภาคเดียวกันที่แสดงถึงอารยธรรมในยุคปัจจุบันบ้าง ทรง แนะนำให้ถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมและชีวิตความเป็นอยู่ของท้องถิ่นอีสานลงบนเครื่องปั้นดินเผา เช่น พิธีแห่บั้งไฟ พิธีจับปลาบึก การแสดงดนตรีโปงลาง เซิ้งของชาวเรณูนคร การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การทำแพรวา และดอกไม้ป่าในท้องถิ่น เป็นต้น
ต่อมาพระองค์ก็ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้นำราษฎรบ้านกุดนาขามและบ้านใกล้เคียง ไปฝึกศิลปาชีพประเภทต่าง ๆ ที่ราษฎรสมัครใจ ณ ศูนย์กลางศิลปาชีพสวนจิตรลดา เช่นการแกะสลักไม้ แกะสลักหินสบู่ ช่างเครื่องเรือน จักสานไม้ไผ่ลายขิด และช่างตีเหล็กเป็นต้น
ปัจจุบันนี้ศูนย์ศิลปาชีพบ้านกุดนาขามเปิดสอนศิลปาชีพหลายแขนง ได้แก่ เครื่องปั้นดินเผา แกะสลักไม้ ทำเครื่องเรือน ดอกไม้ประดิษฐ์ ตัดเย็บเสื้อผ้า ถนอมอาหารและโภชนาการ หล่อโลหะ ตีเหล็ก ทำอิฐบล็อค ปลูกหม่อน - เลี้ยงไหม ทอผ้าไหม ทอผ้าฝ้ายและอื่น ๆ อีกมากทำต่างถิ่น
ผู้ดูแลรับผิดชอบศูนย์ศิลปาชีพบ้านกุดนาขามในช่วง พ.ศ. 2535 นี้คือ พลตรีเรวัต บุญทับ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 ซึ่งได้เคยดูแลศูนย์ศิลปาชีพแห่งนี้มานับแต่ต้นแล้ว