ศูนย์กลางศิลปาชีพ ณ สวนจิตรลดา






















ศูนย์กลางศิลปาชีพ ตั้งอยู่ภายในบริเวณสวนจิตรลดา กรุงเทพมหานคร เริ่มจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโครงการฝึกศิลปาชีพภายในบริเวณสวนจิตรลดาเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2520 (อรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา และคณะ, 2535 : 47) โรงฝึกศิลปาชีพสวนจิตรลดา ตั้งขึ้นเมื่อปีพุทศักราช 2522 ภายในสวนจิตรลดา เพื่อเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอนศิลปาชีพแขนงต่าง ๆ ผลิตงานศิลปหัตถกรรมที่ สวยงามและหายาก ตลอดจนเป็นที่รวมผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพจากราษฎรทั่วประเทศด้วย (กองศิลปาชีพ, 2542 : 10) ในช่วงแรกเริ่มนั้นองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถทรงโปรดเกล้าฯ ให้รับบุตรหลานของข้าราชบริพารที่ยังไม่มีงานทำจำนวน 10 คน มาฝึกหัดศิลปหัตถกรรมประเภทต่าง ๆ …เริ่มตั้งแต่การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม ฟอกไหม ย้อมไหม และวิธีการทอผ้าต่าง ๆ (กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์, 2537 : 69) ทว่าบางข้อมูลเชื่อว่าระยะแรกเริ่มจากการทอจก และจักสานไม้ไผ่ อย่างไรก็ดีในระยะแรกไม่มีอาคารถาวร ใช้วิธีกางเต้นท์ข้างตึกที่ทำการกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถเป็นสถาน ที่เรียน ต่อมาทรงรับราษฎรยากจนมาเป็นนักเรียนศิลปาชีพเพิ่มขึ้น เมื่อครูและผู้ดูแลนักเรียนตลอดจนนักเรียนเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ จึงได้จัดสร้างอาคารศิลปาชีพถาวรเป็นอาคารสองชั้นใน พ.ศ. 2523 ทว่ากิจการได้รุดหน้าอย่างรวดเร็วทั้งจำนวนนักเรียน เจ้าหน้าที่ และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพิ่มขึ้นเป็นอันมาก จึงต่อเติมอาคารเป็นสามชั้นแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2525 ตลอดจนได้ขยายอาคารออกทางด้านข้างอีก ทว่าต่อมาไม่นานอาคารศิลปาชีพหลังแรกก็เริ่มแออัด ด้วยเหตุนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงทรงนำเงินที่มีผู้ทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัยจำนวนหนึ่งมาจัดสร้างอาคารศิลปาชีพขึ้นเป็นอาคาร 3 ชั้น ตั้งอยู่ตรงข้ามที่ทำการกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และน้อมเกล้าถวายสมเด็จพระราชมาดาในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ.2534 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จฯ ทรงประกอบพิธีเปิดอาคารศิลปาชีพหลังใหม่ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2534
ในปัจจุบันโรงฝึกศิลปาชีพจิตรลดา สอนทอผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมพื้น ผ้าจกและ ผ้าแพรวา โดยรับซื้อไหมจากสมาชิกศิลปาชีพมาใช้ในการทอ การดำเนินงานของโครงการได้ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง มีการจัดตั้งกลุ่มทอผ้าไหมและรับชาวบ้านเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ นับเป็นโครงการส่งเสริมอาชีพที่ทำรายได้ให้แก่ประชาชนมากที่สุดของมูลนิธิ ศิลปาชีพ (กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ 2537 : 70)
การฝึกอบรมในปัจจุบัน โรงฝึกศิลปาชีพสวนจิตลดาเปิดสอนศิลปหัตถกรรมหรืองานศิลปาชีพต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 26 แผนกคือ ถมเงินและถมทอง เครื่องเงินและเครื่องทอง คร่ำเงินและคร่ำทอง จักสานย่านลิเพา จักสานไม้ไผ่ สานเสื่อกระจูด แกะสลักไม้ แกะสลักหิน แกะสลักหนัง ทอผ้าไหม ทอผ้าฝ้าย ทอผ้าจก ทอผ้าแพรวา ปักซอยแบบไทย ตัดเย็บผ้า ทอพรม งานปั้น ตุ๊กตาไทย เขียนลาย เครื่องปั้นดินเผา ประดับมุก ตกแต่งด้วยปีกแมลงทับ ลงยาสี ดอกไม้ประดิษฐ์ ช่างไม้และช่างหวาย บรรจุภัณฑ์ (กองศิลปาชีพ, 2542 : 10 - 19)
วัตถุประสงค์ของศูนย์กลางศิลปาชีพ ณ สวนจิตรลดานี้ นอกจากจะเปิดฝึกศิลปาชีพเพื่อฝึกหัดหัตถกรรมในแขนงต่าง ๆ ให้เป็นอาชีพเสริมของราษฎรแล้ว ยังเป็นศูนย์กลางในการติดต่อประสานงานของเจ้าหน้าที่และสมาชิกศิลปาชีพทั่วประเทศ เป็นศูนย์กลางรับซื้อเก็บรักษา และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพทั้งหมด ที่สำคัญคือเป็นที่ทำการถาวรของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ทุกวันนี้ หากมีผู้สนใจในศิลปหัตถกรรมไทย ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างประเทศก็มักมุ่งมาที่โรงฝึกศิลปาชีพสวนจิตรลดา ซึ่งจะได้ชมขั้นตอนและกรรมวิธีการประดิษฐ์หัตถกรรมชนิดต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด มีเจ้าหน้าที่คอยตอบคำถามและอธิบายจนเข้าใจ ผู้ที่มาชมจะต้องแต่งกายสุภาพเพราะโรงฝึกศิลปาชีพแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐาน (อรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา และคณะ, 2535 : 51)