



















|
|
งานช่างประดับมุก คืองานศิลปหัตถกรรมที่มีมาแต่โบราณเป็นานช่างฝีมือที่ต้องใช้ทักษะในการฉลุเปลือกหอยมุก ประดับเป็นลวดลาย ใช้ความประณีตและมีระยะเวลาในการทำงาน ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าเริ่มในสมัยใด แต่มีผลงานที่มีการใช้วิธีการฝังมุกประดับเป็นลวดลายตกแต่งบนปูนปั้นที่เจดีย์ในสมัยทวาราวดี ในสมัยเชียงแสนมีการฝังมุกที่พระเนตรของพระพุทธรูป และมีหลักฐานการประดับมุกหลายอย่างในสมัยอยุธยา ประเทศใกล้เคียงที่มีวิธีการประดับมุกคล้ายของไทย คือจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม มุกที่นำมาประดับลวดลายคือเปลือกหอยทะเลที่มีประกายสีรุ้ง เป็นเปลือกหอยมุกมีสีวาววาม เช่น หอยนมสาว หอยจอบ หอยอูด เป็นต้น การประดับมุกนิยมประดับเป็นลวดลายบนภาชนะของสงฆ์และพระมหากษัตริย์ ซึ่งถือว่าเป็นของใช้ชั้นสูง ได้แก่ ตู้พระมาลัย ธรรมาสน์ ตะลุ่ม พานแว่นฟ้า ฝาบาตร กล่องใส่หมากพลู และประดับเป็นลวดลายบนบานประตูวิหาร บานประตูมณทป บานประตูพระอุโบสถ ลวดลายที่ใช้นิยมใช้ลายไทย เช่น ลายกนก ลายประจำยามก้ามปู ลายพุ่มทรงข้าวบิณฑ์ ลายกระจัง ลายก้านขด หรือลวดลายที่เป็นเรื่องจากวรรณคดี เช่น รามเกียรติ์ ซึ่งช่างประดับมุกจะต้องมีความชำนาญออกแบบลวดลายให้เหมาะสมสัมพันธ์กับรูปทรงของภาชนะหรือบริเวณว่างที่ต้องใช้ลวดลายมุกประดับ ให้มีความสวยงามกลมกลืนกัน
งานช่างประดับมุก นับได้ว่าเป็นงานศิลปหัตถกรรมที่ยอดเยี่ยมอีกชนิดหนึ่งในจำนวนหลาย ๆ ชนิดที่บรรพบุรุษของเราได้ใช้ความเป็นอัจฉริยะบรรจงสร้างสรรค์ขึ้น จนกล่าวได้ว่าไม่มีชาติใด ทำได้เทียบเท่าศิลปแขนงนี้มีกำเนิดจากความคิดในทางตกแต่ง แม้ว่าจะงดงามมาก แต่ด้วยเหตุที่เป็นงานประณีต ผู้เป็นช่างจะต้องละเอียดและเยือกเย็นอย่างยิ่ง จึงทำให้เป็นงานที่สิ้นเปลืองเวลาและมีราคาสูงตามไปด้วย ดังนั้น งานช่างประดับมุกจึงนับวันมีแต่จะสูญหายไป ปัจจุบันนี้ถึงจะมีทำกันอยู่บ้างก็มีฝีมือ ไม่อาจเทียบได้กับของโบราณงานช่างประดับมุกนี้กล่าวได้ว่า เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศเพราะเกือบทั่วโลกไม่มีใครทำอย่างเราจะมีเพียงจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม ใช้วิธีฝังมุกลงไปในเนื้อไม้ที่ย้อมสีดำ
เวียดนามมีการทำงานมุกสองวิธีคือ ฝังมุกลงไปในเนื้อไม้เหมือนจีนอย่างหนึ่งและถมพื้นเหมือนอย่างของไทยก็มีอยู่บ้าง ส่วนไทยเรานั้นใช้วิธีฝังมุกตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ ประดับลงบนพื้นที่ เตรียมไว้ใช้ชักเป็นตัวเชื่อมแล้วขัดจนเรียบเห็นลายมุก มุกที่เราอามาประดับลงบนของใช้ต่าง ๆ นั้น แท้จริงแล้วก็คือเปลือกหอยทะเลนิดที่มีประกายแวววาวนั่นเอง หอยที่เปลือกมีประกายแวววาวมีอยู่ด้วยกันหลาย | |