งานครํ่าเงินครํ่าทอง






















การคร่ำคือการประดิษฐ์ลวดลายให้ปรากฏบนผิวโลหะหรือไม้โดยใช้วิธีการฝังเส้นหรือเส้นทองไปตามลวดลายที่ใช้เหล็กคมสกัดให้เป็นร่อง ไม่มีหลักฐานปรากฏชัดว่า เริ่มมีการทำการคร่ำมาตั้งแต่สมัยใดในสมัยอยุธยาที่ด้ามพระแสงปืนของพระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  ปรากฏลวดลายตกแต่งโดยการใช้วิธีการคร่ำ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถโปรดให้มีการสอนวิธีการทำการคร่ำที่ศูนย์ศิลปาชีพสวนจิตรลดาปัจจุบันมีนักเรียนที่ได้รับความรู้การคร่ำจากนายสมานไว้หลายคนซึ่งแต่เดิมงานคร่ำไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายและเกือบจะสาบสูญไปแล้วให้กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี  ทรงสนพระทัยการคร่ำและเคยเรียนการคร่ำกับนายสมานเช่นกัน กระบวนการการทำการคร่ำ ในปัจจุบันได้วิธีการทำมาจากชาวเขมรที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยและได้ถ่ายทอดวิชาการทำคร่ำให้แก่บิดาของนายสมาน  ไชยกุสุมาร  ปัจจุบันนายสมาน  ไชยสุกุมาร เป็นครูอาวุโสสอนการทำคร่ำให้กับบุคคลทั่วไป   โดยมีศิษย์คือนางสาวเจริญ  เจ๊ะสิเด็น  เป็นผู้ทำการคร่ำและถ่ายทอดแพร่หลายการทำคร่ำต่อไป(ภาพประกอบ 3.8)
 การทำคร่ำคือการฝังเส้นเงินเส้นทองเส้นเล็ก ๆ ลงบนผิวเครื่องใช้ที่ทำด้วยเหล็กโดยจะทำให้ผิวเหล็ก  เกิดเป็นรอยขรุขระอย่างละเอียดด้วยการใช้เหล็กสกัดที่คมบาง  ตอกสักลงบนผิวเหล็กหลาย ๆ ครั้ง  จากนั้นใช้เส้นทองหรือเส้นเงินตอกให้ติดเป็นลวดลายและเมื่อทิ้งไว้สักระยะหนึ่ง  เนื้อเหล็กก็จะเกิดสนิมตามธรรมชาติ   ที่จะช่วยขับลายให้เด่นขึ้น  แต่การทำคร่ำจะต้องรีบทำและคนทำจะต้องเหงื่อไม่เค็มเพราะเนื้อเหล็กจะเกิดสนิมทำให้ตอกเส้นเงินเส้นทองไม่ติด  การทำคร่ำในสมัยโบราณจะฝังเส้นเงินหรือเส้นทองอย่างใดอย่างหนึ่งลงบนเครื่องใช้ที่ทำด้วยเหล็กให้ติดลงบนผิวโลหะเป็นลวดลายซึ่งมีมาตรฐานอยู่ 3 ลาย  คือ  ลายก้านขด ลายมะลิเลื้อย  ลายพุ่มข้าวบิณฑ์  จะไม่ฝังทั้งเส้นเงินและเส้นทองและทำลายหลายบนเครื่องใช้ชิ้นเดียวกัน   หากฝังด้วยเส้นเงินเรียกว่า  คร่ำเงิน  ฝังด้วยเส้นทองเรียกว่า  คร่ำทอง   แต่ปัจจุบันทำทั้งคร่ำเงินและคร่ำทองอยู่บนของชิ้นเดียวกันได้  คนไทยจะเริ่มรู้จักการทำคร่ำมาตั้งแต่เมื่อไรไม่ปรากฏหลักฐานแต่ปรากฏว่ามีสิ่งของเครื่องใช้ทำคร่ำแล้วในสมัยอยุธยา  อาทิเช่น  ด้ามพระแสงปืนของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  น้อยคนนักที่จะรู้จักงานคร่ำ  ช่างทำคร่ำที่มีฝีมือในสมัยรัตนโกสินทร์  เท่าที่สอบพบ  ได้แก่ขุนสารพัดช่าง  ข้าราชการกรมช่างสิบหมู่  บิดาของนายสมาน  ไชยกุสุมาร  เจ้าพนักงานภูษามาลากองพระราชพิธี  สำนักพระราชวัง  ขุนสารพัดช่างได้เรียนวิชาการทำคร่ำจากครูชาวเขมรที่เข้ามาในประเทศไทย  ต่อมานายสมาน  ไชยสุกุมาร  ผู้เป็นบุตรได้รับการถ่ายทอดศิลปะนี้สืบมาอีกชั้นหนึ่งและมิได้ถ่ายทอดต่อไปยังผู้ใด  จนกระทั่งประมาณปี พ.ศ. 2521 - 2522  อาจารย์สมาน  ไชยกุสุมาร  ได้ถวายวิชาคร่ำ  แต่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี  หลังจากที่ได้เก็บวิชานี้ไว้เป็นเวลานาน…สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเล็งเห็นคุณค่าและทรงเกรงว่าศิลปะชิ้นนี้จะสูญหายไป  จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการอนุรักษ์และฟื้นฟูขึ้นใหม่  โดยให้นายสามน  มาสอนวิชาการทำคร่ำให้แก่นักเรียนศิลปาชีพในสวนจิตรลดา ปัจจุบันมีนักเรียนศิลปาชีพได้รับการถ่ายทอดจากนายสมานไว้แล้วหลายคน  คาดว่าต่อไปวิชาทำคร่ำคงจะมีผู้สืบทอดให้แพร่หลายยิ่งขึ้น…นายสมาน  ได้ถ่ายทอดวิชาคร่ำที่น้อยคนนักจะรู้จักและเกือบจะสาบสูญแล้วให้นักเรียนศิลปาชีพไว้หลายคนอาทิ  นางสาวเจริญ  เจ๊ะสิเด็น  ชาวนนทบุรี  ผู้ซึ่งเดิมไม่มีความรู้ทางช่างแขนงใดมาก่อน  จนสามารถอวดฝีมือการทำคร่ำในที่ต่าง ๆ  ได้  (บุหลง  ศรีกนก.2532 : 79)