งานเครื่องเงิน





















การทำเครื่องเงินของโครงการศูนย์ศิลปาชีพ  เกิดขึ้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปยังภาคเหนือ  ทรงเห็นต้นไม้บางตาลง    ชาวเขาที่อยู่บนดอยสุเทพทางภาคเหนือถางป่า  โค่นต้นไม้ปลูกฝิ่นทำไร่เพื่อประกอบอาชีพ  การทำไร่ปลูกฝิ่นไม่ได้ทำอยู่กับที่สลับเปลี่ยนพื้นที่ทำกินไปเรื่อย ๆ ชาวเขาไม่รู้วิธีที่จะทำอาชีพอื่นนอกจากการปลูกฝิ่นและทำไร่ จึงทำให้ต้นไม้ลดลง   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถคิดที่จะอนุรักษ์ป่าให้คงอยู่  โดยหาอาชีพใหม่เสริมทดแทนเพื่อให้ชาวเขามีอาชีพและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย โครงการหลวงจึงเกิดขึ้นโดยให้ชาวเขาปลูกพืชเมืองหนาวที่เป็นพืชสินค้าแทนการปลูกฝิ่นและให้ทำเครื่องประดับเงินเสริมอีกอย่างหนึ่ง เนื่องจากชาวเขาใช้เครื่องประดับเงินเป็นเครื่องประดับประจำกายและมีความรู้ด้านการทำเครื่องเงินเป็นอย่างดี  ลวดลายเครื่องเงินมีลักษณะเฉพาะถิ่นสวยงามแสดงถึงความชำนาญ หากได้รับการถ่ายทอดพัฒนารูปแบบ สามารถทำเป็นอาชีพได้  จึงโปรดให้ชาวเขามาเป็นครูสอนการทำเครื่องเงินที่ศูนย์ศิลปาชีพ  สวนจิตรลดา พระราชวังสวนดุสิต  ถ่ายทอดความรู้วิชาตีเงินให้เรียบ เทคนิคการทำลวดลายต่าง ๆ ให้กับนักเรียนที่ยากจน และทำเครื่องเงินรูปแบบต่าง ๆ  ให้ศูนย์ศิลปาชีพด้วย
    เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังภาคเหนือเมื่อนานมาแล้ว พ่อฟ้าหลวงและแม่ฟ้าหลวงของชาวไทยภูเขาต่างช่วยกันพลิกฝันทัศนคติต่ออาชีพที่ชาวเขาเคยทำกันมาให้สลายหายไป  เพื่อจะรักษาป่าให้คงอยู่รักษาแหล่งน้ำมิให้ถูกทำลาย  สมเด็จฯ ท่านรับสั่งว่าป่ากับคนต้องพึ่งพาอาศัยกัน  แต่ต้องอยู่ด้วยกัน  ได้อย่างสันติ คือไม่ทำลายป่า  ด้วยเหตุนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงเอาโครงการหลวงเข้าไปช่วยคือให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่นหรือพืชเสพติดอย่างอื่นและหันมาปลูกพืชเมืองหนาวแทน  ขณะเดียวกัน  สมเด็จฯ ก็จะทรงเป็นฝ่ายเกื้อหนุน ครอบครัวโดยทรงหาอาชีพเสริมให้ทรงเห็นว่า  ผ้าที่ชาวเขานุ่งก็เป็นศิลปะของชาวเขา และชาวเขาแต่ละเผ่าก็แต่งกายไม่เหมือนกัน  ม้งก็อย่างหนึ่ง   ลีซอ   กระเหรี่ยง  เย้า  ไทยใหญ่  ก็อย่างหนึ่ง  คือมันมีความหลากหลายของลวดลายที่แสดงให้เห็นถึงสุนทรียภาพทางด้านศิลปะ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าเขามีเครื่องเงิน  เขานุ่งผ้าปักแล้วยังมีเครื่องประดับใส่คอ ชาวเขาหลายเผ่าตีเงินเก่งและศิลปะของแต่ละเผ่าไม่เหมือนกัน ครั้นเมื่อเขาเหล่านั้นได้มีโอกาสเฝ้าชมพระบารมี  ก็มากราบบังคมว่า  เขาทำเครื่องเงินได้  ไม่ว่าจะเป็นกำไล  สายสร้อย  เข็มขัด ฯลฯ  จึงอยากให้สมเด็จฯ ทรงช่วยหาตลาดให้ซึ่งพระองค์ก็ทรงรับปากตอนแรกรับของมาแล้วทรงทอดพระเนตรพร้อมกับทรงพิจารณาเห็นว่าผลิตภัณฑ์ชาวเขาเหล่านี้มีความสวยงามและฝีมือที่บ่งบอกถึงความชำนาญชั้นบรมครู จึงโปรดฯให้เชื้อเชิญเขามาที่ศูนย์ศิลปาชีพแล้วโปรดฯ ให้นำเด็กจากครอบครัวราษฎรยากจนจากพื้นราบมาฝึกงานด้วย โดยให้ทำคู่กับชาวเขาเด็กเหล่านั้นจะได้รับ การถ่ายทอดวิชาตีเงิน  ทำเนื้อเงินให้เรียบทำลวดลายหลากหลายแบบตลอดจนศึกษาเทคนิคต่าง ๆ แต่สำหรับแบบของผลิตภัณฑ์นั้น  จะทรงพระราชทานมาให้   เช่น   โปรดให้ทำรูปสัตว์ลอยตัวเป็นกวางบ้าง  กระต่ายบ้าง  หรืออาจจะเป็นสัตว์อื่น ๆ หลากหลายประเภทโดยอาศัยวิชาตีเงินของช่างเงินชาวเขา ในขณะเดียวกันชาวเขาเองก็จะทำงานที่เป็นงานของเขาที่เคยทำมาก่อน แต่ว่ามาแปลงใหม่  เช่น เมื่อโปรดฯ ให้ทำกล่องเขาก็จะสลักลวดลายของชาวเขาลงไป  อันเป็นศิลปะที่เขามีอยู่แต่แทนที่จะทำเป็นสร้อยหรืออะไรที่เคยทำมาก็จะเปลี่ยนรูปแบบให้คนสนใจนิยม  (กรมศิลปากร. 2537 : 18 - 19)
เครื่องประดับและภาชนะของไทยสมัยโบราณนิยมทำด้วยโลหะเงินมาก แม้ในปัจจุบันยังเป็นที่นิยมอยู่  ความสวยงามของเงินคือความมันวาวและมีลวดลายที่แสดงออกซึ่งความเป็นไทย  มีกรรมวิธีในการผลิตหลายรูปแบบ  เช่น  การผลิตด้วยวิธีหุ้ม  การผลิตด้วยวิธีทุบเคาะขึ้นรูป  การผลิตด้วยวิธีดุน  การผลิตด้วยวิธีหล่อ  การผลิตด้วยวิธีกะไหล่  การผลิตด้วยวิธีการคร่ำ  การผลิตด้วยวิธีหุ้ม และการผลิตด้วยการคร่ำในปัจจุบันเลือนหายไป  นิยมผลิตด้วยวิธีทุบเคาะขึ้นรูปและวิธีหล่อมากกว่าวิธีอื่น  เพราะทำได้รวดเร็ว และแกะลายเพิ่มเติมภายหลัง  ลวดลายที่นำมาใช้ประกอบนิยมใช้ลายไทยประยุกต์คือเป็นลายไทยที่ไม่เหมือนต้นฉบับเดิมแต่ยังคงลักษณะของเส้นที่อ่อนช้อยและความละเอียดของลายหรือใช้ลวดลายประจำท้องถิ่น  เช่นการทำเครื่องเงินของชาวเขาเผ่าต่างๆ ใช้ลวดลายประดับเครื่องเงินที่มีต้นแบบลายจากบรรพบุรุษ และความเชื่อทางศิลปะพื้นเมือง  วรรณรัตน์  อินทร์อำ  กล่าวถึงงานเครื่องเงินไว้ความ

    เงิน  คือธาตุชนิดหนึ่ง  เป็นโลหะสีขาวมีลักษณะแข็ง สามารถตีแผ่เป็นแผ่นหนาบาง หรือเปลี่ยนรูปทรง และหลอมละลายให้อ่อนตัวได้  มีราคารองลงมาจากธาตุทองคำ  เงินพบในธรรมชาติทั่วไป มีทั้งชนิดก้อนและชนิดผงที่ปนอยู่ในทราย  มนุษย์รู้จักนำเงินมาใช้ประโยชน์นานพอกับการนำทองคำมาใช้ การทำเครื่องเงินของไทยมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยโดยเฉพาะเครื่องประดับเงินในสมัยอยุยาเป็นเครื่องประดับสำหรับชนชั้นกลางและเด็กต่างกับเครื่องประดับทองซึ่งเป็นเครื่องประดับของชนชั้นสูง เช่นกษัตริย์หรือความดีมียศศักดิ์แต่เครื่องเงินที่เป็นภาชนะใส่ของเป็นของใช้สำหรับชนชั้นสูงเช่นกัน โดยเฉพาะเจ้าเมืองทางเหนือของประเทศไทย นิยมใช้ภาชนะเครื่องเงิน  การทำเครื่องเงินของชาวเหนือ  ในอดีตเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านทำ ใช้เฉพาะในครอบครัว ต่อมาได้แพร่หลายทำกันอย่างกว้างขวาง เงิน 100% คือ โลหะเงินล้วนไม่ผสมกับโลหะอื่นใด  มีความอ่อนตัวสูง เงิน 90%  คือเงินผสมโลหะอื่น  มีความแข้งกว่าเงิน  100% นิยมใช้ทำเครื่องประดับหรือภาชนะใส่ของที่ต้องการ ความแข็งแรงกว่าเงิน 100%   นิยมใช้ทำเครื่องประดับหรือภาชนะใส่ของที่ต้องการความแข็งแรง  เช่น  กำไลข้อมือ เข็มขัด กล่องใส่บุหรี่  ถาด พาน  (วรรณรัตน์  อินทร์อ่ำ, 2535 : 48) (ภาพประกอบ 3.7) 

กลวิธีการทำเครื่องเงินสามารถแยกได้ดังนี้คือ

การหุ้ม หมายถึง  การตีหรือรีดเงินเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วนำมาหุ้มหรือคลุม

1. วัตถุสิ่งของต่าง ๆ ให้เหมือนว่าวัตถุนั้นทำด้วยเงินทั้งหมด  การเลี่ยมคือวิธีหุ้มอย่างหนึ่ง แต่หุ้มเฉพาะขอบ  เช่น  เลี่ยมพระ  เลี่ยมขอบภาชนะเป็นต้น

2. การหล่อหมายถึง   การทำแม่พิมพ์   แล้วนำโลหะเงินที่หลอมละลายเทลงในแม่พิมพ์ให้เป็นรูปและลวดลายตามแม่พิมพ์นั้น

3. การดุน หมายถึงการตีหรือรีดแผ่นเงินให้เป็นแผ่นบาง ๆ แล้วใช้เครื่องมือกดบนผิวหน้าโลหะให้เกิดเป็นรอยลวดลายเรียกว่า  ลายดุนหรือรูปดุน

4. การแกะลาย  หมายถึงการทำลวดลายโดยใช้วัตถุมีคม  เช่น  สิ่ว  แกะให้เกิดเป็นลวดลาย  ลวดลายที่ได้จากการแกะสลักลายนูน  ภาชนะเครื่องเงินของจังหวัดเชียงใหม่   นิยมทำลวดลายนูนมากกว่ากลวิธีอื่น

5. กะไหล่  หมายถึงการเคลือบสิ่งที่เป็นโลหะด้วยเงินหรือทอง โดยการหลอมละลายให้โลหะเงินหรือทองเหลว  แล้วนำไปทาหรือเคลือบให้ติดบนโลหะอื่น

6. การคร่ำ  หมายถึงการเอาเงินฝังเป็นลวดลายในโลหะเทคนิคการคร่ำมีทั้งโลหะที่เป็นเงินและทองคำ  เรียกว่า คร่ำเงินและคร่ำทอง  นิยมทำกับภาชนะมีคม  เช่น  ด้ามมีดหรือปักมีดในสมัยโบราณลวดลายที่นำมาใช้ประกอบกับเครื่องเงิน นิยมประยุกต์จากศิลปะไทย  เช่น ลายกระจัง ลายกนก เทคนิคในการทำเครื่องประดับเงินเหมือนกับการทำเครื่องประดับทอง ช่างทำเครื่องประดับเงินได้จะทำเครื่องประดับทองได้เช่นกัน แต่ก็มักจะแยกช่างประจำเครื่องประดับเงิน  เครื่องประดับทองไม่ปะปนกัน  เพราะช่างทองจะเป็นช่างที่มีความประณีตมากกว่าช่างเงิน   (วรรณรัตน์    อินทร์อ่ำ.  2535 : 48 - 49)

การทำเครื่องเงินของศูนย์ศิลปาชีพ เป็นการทำแบบเคาะขึ้นรูป แบบหล่อ ตกแต่งด้วยการแกะลาย และแบบสานด้วยเส้นเงิน เป็นวิธีการสานเช่นเดียวกับการสานด้วยหวายหรือไม้ไผ่  เป็นกระบวนการผลิตแบบพื้นบ้านของชาวนาซึ่งเป็นการผลิต โดยการใช้เครื่องมืออย่างง่ายที่หาได้ในท้องถิ่น  ใช้อุปกรณ์ที่เคยใช้มาตั้งแต่บรรพบุรุษ เช่น อุปกรณ์สำหรับการทุบเคาะขึ้นรูป  ใช้ค้อนเหล็ก  ค้อนไม้  แท่นเหล็ก  อุปกรณ์สำหรับแกะลาย  ใช้สิ่ว  ลิ่มตอกด้วยค้อน  การแกะลายจะทำหลังจากทุบเคาะขึ้นเป็นรูปทรง  เห็นโครงสร้างของผลิตภัณฑ์แล้ว เช่นขันน้ำ ถาดเครื่องเงินของศูนย์ศิลปาชีพมีลักษณะพิเศษกว่าเครื่องเงินโดยทั่วไปคือ เป็นรูปสัตว์ลอยตัว มีทั้งวิธีการตกแต่งแกะเป็นลวดลาย  เน้นความละเอียดของลายมีความประณีตที่ขนสัตว์  มีทั้งวิธีบัดกรีต่อประกอบและการฝังอัญมณีซึ่งเป็นการผลิตเครื่องเงินที่เน้นทั้งคุณภาพและความสวยงาม     ช่างที่ผลิตต้องเป็นช่างเงินที่มีความชำนาญสูงจึงสามารถทำได้