ศูนย์ศิลปาชีพบ้านวัดจันทร์





















ตั้งอยู่ ณ บ้านวัดจันทร์ หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ บ้านวัดจันทร์ก่อน พ.ศ. 2522 เป็นเขตแทรกซึมของผู้ก่อการร้ายเพราะสภาพพื้นที่เป็นภูเขา และป่าสน มีที่ราบสำหรับปลูกข้าวเล็กน้อย ราษฎรส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง นับถือศาสนาคริสต์ มีอาชีพปลูกข้าวไร่บนภูเขาและเลี้ยงสัตว์ ในหน้าฝนจะรับจ้างชาวเขาเผ่าอื่น เช่น ลีซอหรือม้งปลูกฝิ่น ฤดูแล้งจะรับจ้างทั่วไป
อย่างไรก็ตาม ยังมีราษฎรที่นับถือศาสนาพุทธอยู่บ้างและมีวัดจันทร์ซึ่งเป็นที่เล่าขานกันว่าครูบาศรีวิชัยเคยมาช่วยบูรณะปฏิสังขรณ์ให้บ้านวัดจันทร์ตั้งอยู่ในกลางของตำบล บ้านจันทร์ มีหมู่บ้านต่าง ๆ ล้อมรอบประมาณ 13 หมู่บ้าน แต่การคมนาคมติดต่อกับโลก ภายนอกนั้นลำบากมากเพราะมีแต่ถนนลูกรังคดเคี้ยวไปตาภูเขาและหุบเขา ถ้าฝนตกหนักถนนก็ขาด ชาวบ้านต้องเดินเท้ากันเสมอ
เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงพระกรุณาโปรดกล้าฯ ให้จัดสร้างศาลารวมใจขึ้นที่บ้านวัดจันทร์ เป็นอาคารไม้ขนาด 50 ตารางเมตร พื้นซีเมนต์หลังคาสังกะสี พระราชทานแก่ราษฎรเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2522 ในศาลารวมใจมีหนังสือความรู้ทั่วไปให้ราษฎรอ่าน มียาพระราชทานไว้ให้ราษฎรที่ป่วยไข้ เล็ก ๆ น้อย ๆ และมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลศาสนารวมใจซึ่งภายหลังได้ทรงส่งเจ้าหน้าที่ชุดนี้ไปฝึกอบรมเป็นหมอหมู่บ้านมาคอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือเพื่อนบ้านทางด้านการปฐมพยาบาลตลอดจนสุขอนามัย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้เสด็จฯ เยี่ยมศาลารวมใจบ้านวัดจันทร์และทอดพระเนตรเห็นชาวกกะเหรี่ยงที่นี่ทอผ้ากะเหรี่ยงพื้นเมืองมีลวดลายสวยงาม จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งศูนย์ศิลปาชีพขึ้นที่บ้านวัดจันทร์ ใกล้ ๆ ศาลารวมใจใน พ.ศ. 2527 เพื่อเปิดสอนการทอผ้าฝ้ายเป็นศิลปาชีพประเภทแรก เริ่มสร้างโรงทอผ้าขึ้นโดยความร่วมมือของกรมทหารราบที่ 7 ซึ่งยังได้จัดหาชาวบ้านจังหวัดลำพูนที่ทอผ้าฝ้ายฝีมือมาเป็นครูสอนอีกด้วย ทรงพระกรุณาพระราชทานทั้งเส้นฝ้ายและอุปกรณ์ในการทอแก่ชาวบ้าน ในเวลาเดียวกันก็ตั้งกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองแบบกะเหรี่ยงและทรงรับซื้อผ้าเหล่านี้ไว้เช่นเดียวกัน จากนั้นก็ตั้งกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหม สร้างโรงเลี้ยงไหมใน พ.ศ. 2530 ส่งเด็กกะเหรี่ยงไปหัดเลี้ยงไหมและสาวไหมที่ศูนย์ศิลปาชีพห้วยเดื่อ จังหวัดแม่ฮ่องสอนจนชำนาญแล้วก็ให้กลับมาปฏิบัติงานที่บ้าน วัดจันทร์