“เศรษฐกิจพอเพียงเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยมีเศรษฐศาสตร์พอเพียง คือ องค์ความรู้อยู่เบื้องหลังเศรษฐกิจพอเพียง”
ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ตะวันตกที่แพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน ให้ความสนใจกับเทคนิคและวิธีการที่จะก่อให้เกิดความทันสมัย (Modernization) คือ การให้ผลตอบแทนทางวัตถุ ซึ่งสามารถวัดที่มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (Economic Value) ได้ โดยใช้เงินเป็นสื่อกลาง (Medium of Exchange) และเป็นหน่วยวัด เงินดังกล่าวยังใช้เป็นสินค้าตัวใหม่ที่ซื้อขายกันได้ ราคาของเงินที่เป็นสินค้าสามารถขึ้นลงตามหลักอุปสงค์และอุปทาน การดำรงชีวิตภายใต้ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ปัจจุบันนั้นต้องยอมรับและให้ความสนใจกับการแข่งขัน โดยเชื่อว่าการแข่งขันจะทำให้สามารถดึงศักยภาพของประชากรมาใช้ประโยชน์และต้องมีการพัฒนาศักยภาพตลอดเวลาเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) นอกจากนี้อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่เอาชนะธรรมชาติ คือ คำตอบสำหรับความสำเร็จ แต่วิธีการดังกล่าวทำให้ทรัพยากรถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็ว และเพิ่มปัญหามลภาวะแก่สังคมมากขึ้น ความเจริญที่ เกิดขึ้นเป็นไปตามหลักการโตเดี่ยว (Enclaved Development) แสดงให้เห็นว่าสิ่งหรือประโยชน์ที่คนหนึ่งได้รับ คือสิ่งหรือประโยชน์ที่อีกคนหนึ่งหรือหลายคนต้องเสีย ตามหลักผลรวมเท่ากับศูนย์ (Zero Sum Game) ซึ่ง Pareto ถือว่าขัดกันหลักเศรษฐศาสตร์สวัสดิการที่ยึดหลักว่าทุกคนต้องได้ประโยชน์ร่วมกัน (Positive – Sum Game) คือการที่คนส่วนหนึ่งดีขึ้นต้องไม่ทำให้ คนอื่นเลวลง หรืออย่างน้อยก็เท่าเดิม วิธีการนี้จะก่อให้เกิดความร่วมมือและนำไปสู่ความสำเร็จดังที่ James D. Welfensohn ประธานธนาคารโลก กล่าวว่า “เราไม่สามารถแก้วิกฤตของคนในโลกได้ หากเราไม่ใช้แนวทางแบบรวมกัน ทั้งทางการเงิน สังคม การเมือง สถาบัน วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม” ซึ่งถือว่าเป็นแนวคิดที่เป็นกระบวนทัศน์ใหม่ (New Paradigm) ที่ให้ความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่าง “บุคคล” กับ “ระบบ” ว่าจะต้องไปด้วยกันและพึ่งพาอาศัยกัน (Complementary) วิธีการเช่นนี้ต้องเริ่มด้วยการ พัฒนาศักยภาพของคนทั้งด้านความสามารถและการร่วมมือกับคนอื่น ซึ่งเป็นธรรมชาติของกลยุทธการเพิ่มพลังศักยภาพ (Empowerment) ตามหลัก ช่วยเหลือตัวเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (One for all and all for one) วิธีการ กล่าวส่งเสริมให้ผู้สนใจในกลยุทธนี้ เริ่มพัฒนาโดยตั้งต้นจากพัฒนาตนเอง (Intrinsic type of development) หรือ “ระเบิดออกไปจากภายใน” เป็นพื้นฐานความคิดที่เริ่มจากเข้าใจตนเอง เรียนรู้ตัวเอง อันนำไปสู่การมีความรู้เกี่ยวกับตนเอง (Self – Knowledge) ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถือว่าเป็นความรู้ที่สำคัญที่สุด และความรู้ดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ในการควบคุมตนเอง (Self – Control) การพึ่งพาตนเอง (Self – Reliance) การปรับสมดุลย์ให้กับตัวเอง (Self – adjustment) จะนำไปสู่ความ “พออยู่ พอกิน” ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในตัวเอง (Self – Confidence) และเป็นการปูพื้นฐานไปสู่ “การกินดี อยู่ดี” ต่อไปในอนาคต