|

เราได้ยินคำว่า "ปฏิรูปการศึกษา" ในสังคมไทย มาช่วงเวลาหนึ่ง
มีความวุ่นวายสับสนอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการในหมู่นักวิชาการ
และครูบาอาจารย์พอสมควร ความพยายามที่จะปฏิรูป พัฒนา หรือเปลี่ยนแปลง
คงเป็นเรื่องปกติในสังคม และในชีวิตของเรา การปฏิรูปการศึกษาก็เช่นกัน
เราคงไม่รอให้รัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ นักวิชาการ หรือใคร ๆ
ปฏิรูปเพียงเท่านั้น "เรา" ไม่ว่าจะเป็นครู นักเรียนหรือประชาชน
ต้องลุกขึ้นมาปฏิรูปตัวเราเองเป็นเบื้องต้น
การปฏิรูปตัวเราเองก็คือรากฐานของการปฏิรูปการศึกษา เพราะ "ชีวิตคือการศึกษา"
ก่อนอื่นเราคงต้องปฏิรูปตัวตนของเราเองให้ "รักชีวิต" ชีวิตที่มีความหมาย
มีความสำคัญ มีคุณค่า ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น "การมีความหมาย มีความสำคัญ
มีคุณค่า" ย่อมต้องการการเรียนรู้ การมีความรู้ ความคิด และความสามารถ
"การมีความรู้ ความคิด ความสามารถ" เกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีการเรียนรู้
และการเรียนรู้ก็มิได้เกิดได้เพียงในห้องเรียนและหนังสือเรียนที่ครูกำหนดเท่านั้น
โลกกว้างมีความรู้และมีประสบการณ์ที่ล้ำลึกและกว้างขวางมากมาย
กล่าวเฉพาะในโรงเรียน
ผู้บริหารการศึกษาและครูต้องเรียนรู้และพัฒนากระบวนทัศน์ โลกทัศน์ "การมองโลก
มองความรู้ มองวิชาการ มองชีวิต" อย่างคมชัด กว้างไกล และรุกไปข้างหน้า
นักบริหารการศึกษาและครูอาจารย์มักถูกมองว่า "ช้าเกินการณ์"
การพัฒนาระบบการบริหารจัดการในโรงเรียน
พัฒนาโรงเรียนให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ (Learning Society) ทุกคนเรียนรู้
เรียนรู้คือธรรมดาโลก เรียนรู้คือลมหายใจ สำหรับอนาคตแล้ว "ความรู้คือ ศาสตรา"
ไม่ว่าเขาจะเป็นนักการเมือง นักธุรกิจ ครู พระสงฆ์ เกษตรกร นักวิทยาศาสตร์
ศิลปิน กรรมกร ฯลฯ
การศึกษาต้องปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ใหม่
ให้กระบวนการเรียนรู้สามารถกระตุ้นการแสวงหาความรู้
กระตุ้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต กระตุ้นศักยภาพ กระตุ้นความดีงาม ฯลฯ ไม่ใช่ครู
อาจารย์ ทำตัวเป็นผู้รู้หน้าห้องเรียนและเพียงป้อนความรู้ให้ผู้เรียนเท่านั้น
"ความรู้ ความคิด ความสามารถ" ต้องเกิดจากการแสวงหาและตัวตนของผู้เรียน
การศึกษาต้องปฏิรูปสื่อการเรียนรู้ทุกด้าน เพื่อให้ผู้เรียนเรียนรู้เอง
ขยายความรู้ และมีความรู้ที่เป็นรูปธรรม
เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอนที่ติดยึดจากอดีต
"มหาวิทยาลัย" เอง
ก็ต้องปฏิรูปไม่น้อยหน้าไปกว่าใคร (ศาสตราจารย์ ดร.วิรุณ
ตั้งเจริญ)
อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
18 มีนาคม 2547
|