มศว โลกทัศน์ ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 ตุลาคม - พฤศจิกายน 2546  |  พิมพ์บทความนี้

ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
ภาพประกอบที่ 1

ความเป็นมา

ภาพประกอบที่ 2

    ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นโรงพยาบาลในสังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ก่อสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีเจริญพระชนมายุ ครบ 3 รอบ โดยเริ่มโครงการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2535 และก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2542 และมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นประธานพิธีเปิด

          ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพฯ เป็นโรงพยาบาลที่ดำเนินงานในลักษณะ ที่มีความคล่องตัวและดำเนินกิจการโดยไม่มุ่งแสวงหาผลกำไรเป็นหลัก แต่ดำเนินกิจการในลักษณะพึ่งพาตนเอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสถาบันในการจัดการเรียนการสอนของคณะแพทยศาสตร์และนิสิตคณะอื่นๆ ในสายวิทยาศาสตร์สุขภาพที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเป็นแหล่งวิจัยที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะการวิจัยทางคลินิกในคน ซึ่งมีพื้นที่การดำเนินงานครอบคลุมทั้งสิ้น 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ปทุมธานี และชลบุรี

พันธกิจ

  1. เป็นฐานการเรียนการสอน เพื่อผลิตบัณฑิตแพทย์และสาขาที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการศึกษาหลังปริญญา เพื่อให้มีความรู้ความสามารถ คุณธรรมและจริยธรรม
  2. ผลิตงานวิจัยที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดยใช้การบริการเป็นฐาน เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพในการเรียนการสอนให้เป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ
  3. ให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขแบบองค์รวมที่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะในระดับตติยภูมิ
  4. มีการบริหารจัดการโรงพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้
  5. มีประกันคุณภาพที่ได้มาตรฐาน
  6. ริมสร้างให้มีเอกลักษณ์ ความกลมเกลียว ความรัก ความผูกพันในสถาบัน
  7. ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีบรรยากาศทางวิชาการ
  8. ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม

วิสัยทัศน์

          ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นโรงพยาบาลของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่มีความเป็นเลิศด้านวิชาการ การบริการ และการวิจัยทางการแพทย์

ภาพประกอบที่ 3

บริการทางการแพทย์

ภาพประกอบที่ 4

          ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพ ฯ เป็นโรงพยาบาลขนาด 500 เตียง มีทั้งหมด 17 ชั้น พื้นที่ทั้งสิ้น 58,595 ตารางเมตร ตั้งอยู่เลขที่ 62 หมู่ 7 ถนนรังสิต-นครนายก อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก โทรศัพท์ (037) 395085-6 และโทรสาร (037) 395-087 เริ่มเปิดดำเนินการรับรักษาผู้ป่วยนอกเมื่อเดือนมกราคม 2543 โดยได้เปิดบริการรักษาด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ปัจจุบันเปิดบริการทั้ง ิ้น 11 สาขา คือ สาขาสูติศาสตร์นรีเวชวิทยา, สาขากุมารเวชศาสตร์, สาขาอายุรศาสตร์, สาขาศัลยศาสตร์, สาขาศัลยศาสตร์ออโธปิดิกส์, สาขาทันตกรรม, สาขารังสีวิทยา, สาขาโสต ศอ นาสิก, สาขาจักษุ, สาขากายภาพบำบัด และสาขาจิตเวชศาสตร

         ในเดือนเมษายน 2543 ทางโรงพยาบาลได้เปิดรับรักษาผู้ป่วยในจำนวน 30 เตียง และได้ขยายศักยภาพการดำเนินงานเพิ่มขึ้นตามลำดับ เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการของผู้รับบริการที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันสามารถรับรักษาผู้ป่วยในได้ทั้งสิ้น 240 เตียง และศูนย์การแพทย์ฯ จะเปิดจำนวนเตียงรับผู้ป่วยในปี 2547 ให้ครบ 300 เตียงได้อย่างแน่นอน และคาดว่าจะสามารถรองรับผู้ป่วยใน 500 เตียงได้ภายในอนาคตอันใกล้นี้
          ในปัจจุบันการให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยทันตกรรมได้มีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้น จนทำให้งานทันตกรรมศูนย์การแพทย์ฯ ต้องมีการเปิดคลินิกนอกเวลาให้บริการขึ้น โดยให้บริการจันทร์ - พฤหัสบดี เวลา 16.00-20.00 น. วันเสาร์ เวลา 8.00-16.00 น.

ภาพประกอบที่ 5

 ภาพประกอบที่ 6

การดำเนินงาน
          ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพ ฯ เปิดดำเนินการครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคม 2543 โดยเน้นการบริหารจัดการโรงพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ มีระบบประกันคุณภาพที่ได้รับมาตรฐานสากล จนได้รับการอนุมัติจากสำนักงานประกันสังคมให้เป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายประกันสังคมในปี 2544 ที่ผ่านมา
          ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพ ฯ นอกจากการรักษาแก่ผู้ป่วยทั่วไปแล้ว ขณะนี้ได้มีการย้ายฐานการเรียนการสอน นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 4, 5 และ 6 ในหลายภาควิชา ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2544 และมีเป้าหมายส่งเสริมการเรียนการสอนร่วมกับสถาบันต่างประเทศเพื่อพัฒนาความรู้ในระดับสากล
          คณะแพทยศาสตร์ มศว มีนโยบาย การพัฒนาศูนย์การแพทย์ฯ ให้เป็น Academic Hospital เพื่อรองรับการเรียนการสอน ทั้งของคณะแพทยศาสตร์เองและคณะวิชาทางวิทยาศาสตร์สุขภาพอื่นๆ รวมทั้งประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและคณะวิชาต่างๆ ให้สามารถใช้บริการทางการแพทย์ได้อย่างเต็มศักยภาพ
          ศูนย์การแพทย์ฯ มีปรัชญาและนโยบายในการบริหารซึ่งเน้นหลักการ "ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ ทำด้วยคุณภาพและต่อเนื่อง" โดยมีเป้าหมายอย่างชัดเจนในการสร้างทีมงานและพัฒนาบุคลากรทุกระดับ ในปี 2547 มีเป้าหมาย ทั้งการพัฒนาระบบและกลไกการ
ดำเนินงาน พัฒนาคุณภาพการบริการ
ผู้ป่วย โดยจะเปิดดำเนินการเพื่อรองรับผู้ป่วยได้ไม่น้อยกว่า 300 เตียง รวมทั้งคลินิกพิเศษ อีกทั้งจะทำการขอการรับรองของโรงพยาบาล (HA) และในปี 2548-2549 ศูนย์การแพทย์ฯ จะสามารถรองรับผู้ป่วยได้ไม่น้อยกว่า 400 เตียง และจะขยายเครือข่ายโดยมุ่งเป็นสถาบันพี่เลี้ยงในระบบการให้บริการแก่โรงพยาบาลอื่นๆ ในจังหวัดนครนายกและจังหวัดใกล้เคียง เช่น ปทุมธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว และฉะเชิงเทรา เพื่อเป็นโรงพยาบาลต้นแบบและเป็นสถานที่ศึกษาดูงาน

หน่วยแพทย์พระราชทาน
 

          ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ร่วมกับโครงการหน่วยแพทย์พระราชทานตามเสด็จของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้ชื่อโครงการ "หน่วยแพทย์พระราชทาน" โดยออกให้บริการประชาชนตามถิ่นทุรกันดารและโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในโครงการของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งถือว่าเป็นการช่วยเหลือสังคมอีกทางหนึ่ง

          นอกจากนี้โรงพยาบาลได้เล็งเห็นความสำคัญด้านสุขภาพความเป็นอยู่ของชุมชน จึงได้จัดกิจกรรมการบริการร่วมกับชุมชน เพื่อมุ่งเน้นส่งเสริมฟื้นฟูสมรรถภาพแก่ชุมชนและความมีสุขภาพอนามัย รวมทั้งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนใน "โครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่" ให้บริการประชาชนโดยไม่คิดมูลค่าใดๆ ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครนายกและจังหวัดใกล้เคียงคือ ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา และปทุมธานี โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจรักษาประชาชนในพื้นที่โดยรอบศูนย์การแพทย์ฯ ในรัศมี 100 กม. เป็นการประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ประชาชนได้รู้จักศูนย์การแพทย์ฯ มากขึ้น

ภาพประกอบที่ 7

          ในการปฏิบัติงานจะมีการตรวจคัดโรค (Screening) มากขึ้น เช่น การใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และอาจมีการวิจัยหรือการเรียนการสอนด้านเวชศาสตร์ชุมชนด้วย การออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่นี้มีการจัดปีละ 3-4 ครั้ง

ภาพประกอบที่ 8

          ศูนย์การแพทย์ฯ ยังมีโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อพัฒนาความร่วมมือทางด้านวิชาการและร้างความสัมพันธ์กับชุมชนลุ่มแม่น้ำโขง คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กัมพูชา โดยเป็นโครงการที่จัดขึ้นสืบเนื่องจากโครงการพระราชทาน โดยการนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ไปบริการรักษาประชาชนปีละ 1 ครั้ง ซึ่งความสัมพันธ์นี้จะนำไปสู่ความร่วมมือทางวิชาการ เช่น การส่งบุคลากรทางสาธารณสุขหรือนิสิต จากประเทศลาวหรือประเทศกัมพูชามาศึกษาหรือดูงานที่ศูนย์การแพทย์ฯ เป็นต้น

          นอกจากนี้ ศูนย์การแพทย์ฯ เข้าร่วมกิจกรรมในโครงการอาสาสมัครแพทย์นานาชาติในสหรัฐอเมริกา โดยสมาคมแพทย์และกลุ่มแพทย์ไทยในสหรัฐอเมริการ่วมกับกระทรวงสาธารณสุขร่วมกันจัดโครงการแพทย์และพยาบาลอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ป่วย ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและอยู่ในถิ่นทุรกันดารของประเทศไทย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและเทอดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ โครงการนี้จะจัดขึ้น ณ ศูนย์การแพทย์ฯ มศว องครักษ์ โดยมีศัลยแพทย์นานาชาติและชาวไทยประมาณ 50 คน มาให้บริการทางการแพทย์ โดยทำการผ่าตัดผู้ป่วยเด็ก อายุตั้งแต่ 4 เดือน - 20 ปี ที่มีความพิการแต่กำเนิด เช่น ปาก-จมูกแหว่ง เพดานโหว่ ตลอดจนความพิการทางตา และแผลเป็นจากการถูกไฟไหม้ น้ำร้อนลวก รวมทั้งโรคในอวัยวะอื่นๆ รวมประมาณ 400 คน โดยจะทำการรักษาพยาบาลในระหว่างวันที่ 24-31 มกราคม 2547 นอกจากนี้ในช่วงเวลาเดียวกัน ศูนย์การแพทย์ฯ จะจัดให้มีการบรรยายทางวิชาการและการถ่ายทอดความรู้ทางการแพทย์ที่ทันสมัยโดยวิทยากรจากประเทศสหรัฐอเมริกาให้แก่แพทย์และนิสิตแพทย์ รวมทั้งผู้สนใจทั่วไป

 

 

มศว โลกทัศน์ ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 ตุลาคม - พฤศจิกายน 2546  |  พิมพ์บทความนี้